เด็กทารกควรกินอาหารอย่างไร? เพื่อให้การเจริญเติบโตสมวัย!


ข้าวกล้องงอก อาหารเสริมเด็ก ไฮเฮง 
ควรให้ทารกกินอาหารอย่างไร? เพื่อให้การเจริญเติบโตสมวัย!

เด็กทารกควรกินอาหารอย่างไร? เพื่อให้การเจริญเติบโตสมวัย!


บทความที่นำเสนอเรื่องนี้เป็นบทสัมภาษณ์ ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในรายการโภชนาการออนไลน์ โดยมีพิธีกร คุณศิริพร โกสุม นักประชาสัมพันธ์ชํานาญการ เป็นผู้สัมภาษณ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเด็นที่คุณแม่อยากรู้กันมาก โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ยิ่งต้องได้รู้ค่ะ


การให้อาหารเด็กทารกควรเริ่มเมื่ออายุเท่าไร? ควรให้อาหารลูกอย่างไร? ควรให้ในปริมาณ เท่าไรจึงจะเพียงพอ? การเจริญเติบโตของทารกเป็นสิ่งที่ปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโตทาง ร่างกายและสมอง โดยธรรมชาติต้ังแต่แรกเกิดถึง 2 ปี เด็กจะมีการพัฒนาสมองร้อยละ 60-70 เมื่อเทียบกับสมองของผู้ใหญ่ ดังนั้นสิ่งแวดล้อมต่างๆ จะมีความสําคัญมาก ภาวะโภชนาการ และสารอาหารจะมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็ก


ส่วนใหญ่การเติบโตของสมองจะเริ่มมต้ังแต่ทารกอยู่ในครรภ์ใช่ไหม?


ใช่ สมองทารกจะพัฒนาต้ังแต่อยู่ในครรภ์มารดา เมื่อคลอดออกมาจะมีการพัฒนาเติบโตใน อัตราที่ค่อนข้างรวดเร็ว ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปีแรก ดังน้ันสารอาหารที่สําคัญโดยเน้นการให้ นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจาก 6 เดือนจะมีอาหารเสริมเข้ามา เพิ่มเติม แต่สามารถให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมจนถึง 2 ปี

ข้าวกล้องงอก อาหารเสริมเด็ก ไฮเฮง 
นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจากนั้นจะมีอาหารเสริมเข้ามาเพิ่มเติม

นมแม่ มีภูมิคุ้มกันโรคด้วยไหม?


ใช่ นมแม่จะมีจุดที่เด่น มีความเหนือกว่านมผสม หรือนมวัว คือ นมแม่สามารถที่จะให้ ภูมิคุ้มกันหลายๆ ตัวที่จะต่อต้านแบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ จะสังเกตได้ว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยนม แม่มักจะไม่เป็นภูมิแพ้เมื่อเทียบกับเด็กที่กินนมผสม เด็กที่ได้รับนมผสมจะมีปัญหาในเรื่องนี้ได้ นับว่าเป็นปัญหาที่มีมากขึ้น จึงอยากจะเน้นเรื่องการให้นมแม่มากขึ้น


จริงไหม? เด็กที่กินนมแม่ โอกาสที่จะท้องเสียมีน้อย?


นมแม่เป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อโดยธรรมชาติ เด็กจะได้รับโดยตรงจากคุณแม่ซึ่งต่างจากนมผสม ที่จะต้องเตรียมอุปกรณ์ ขวดนมจะต้องไปต้ม ถ้าเตรียมไม่สะอาดเด็กก็จะท้องเดิน


นมแม่จะเป็นนมที่เด็กจะได้รับสารอาหารครบถ้วน และความผูกพันธ์ที่ลูกกับแม่จะมีมากน่าจะดีกว่าเด็กที่กินนมขวด การให้ลูกกินนมแม่ เป็นโอกาสที่แม่จะได้โอบอุ้มลูก เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ และเมื่อเด็กกิน นมแม่อิ่มแล้วก็จะหลับไป ซึ่งจะต่างกับนมผสมที่ขึ้นอยู่กับจํานวนมื้อ และปริมาณการชง บางคร้ังคุณแม่อาจจะไม่ได้ชงเอง อาจให้พี่เลี้ยงเด็กชง และอาจจะให้ในสัดส่วนที่ไม่ถูกต้อง


ที่พูดกันว่าถ้าให้อาหารทารกเร็วเกินไป บางคนให้ไข่ ให้ปลา เร็วเกินไป ทําให้เกิดภูมิแพ้มากขึ้น ในเกณฑ์สากล คือ ให้นมแม่ต้ังแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน หลังจากนั้นจะให้อาหารเสริมด้วย โดยจะให้ทีละอย่าง เพื่อจะได้สังเกตได้ว่า เด็กมีอาการแพ้อาหารชนิดใดหรือเปล่า โดยจะเริ่มจาก กลุ่มอาหารประเภทแป้ง เช่น กล้วย ข้าวบด ถัดมาเป็นไข่แดง ซึ่งจะมีความสําคัญมาก เพราะทําให้คุณแม่สามารถสังเกตได้ว่า ลูกมีอาการแพ้ไหม ถ้าไม่แพ้ก็สามารถเพิ่มปริมาณได้ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เร็วไปกับช้าไป


อีกกรณี คือให้อาหารช้าไป คือ โดยปกติเด็กควรจะให้อาหารขณะอายุได้ 6 เดือน แต่ให้ช้าไปก็จะทําให้เกิดปัญหาคือ การเติบโตของเด็กช้าลง เมื่อเทียบกับเด็กทั่ว ๆ ไปทําให้ได้สารอาหารไม่เพียงพอ

ข้าวกล้องงอก อาหารเสริมเด็ก ไฮเฮง 

เมื่อทารกอายุครบ 6 เดือน ควรเริ่มให้อาหาร ประเภทใด?

ควรเริ่มให้อาหารกลุ่มแป้ง เช่น กล้วยครูด ข้าวบด เพราะช่วง 6 เดือน ระบบการย่อยอาหารจะเริ่มดีขึ้นแล้ว ครั้งแรกที่ให้ควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ประมาณ 1⁄2 ช้อนชา และพอถึงสัปดาห์ที่ 2 อาจจะเพิ่มอาหารอย่างอื่น เช่น ไข่แดง ตับบด หรือฟักทองบด ในเรื่องของไข่ เด็กที่อายุตํ่ากว่า 7 เดือน ควรให้เฉพาะไข่แดงต้มสุก สาเหตุที่ไม่ให้ไข่ขาว เพราะเด็กที่อายุก่อน 6 เดือน อาจจะมีอัตราการแพ้โปรตีนจากไข่ขาวได้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจึงมีการต้ังเป็นแนวทาง คือถ้าจะให้ไข่ท้ังฟองควรจะเริ่มเมื่ออายุ 7 เดือนขึ้นไป เพราะเมื่อเด็กอายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันในการพัฒนาจะมีมากขึ้นโอกาสแพ้จะน้อยลง

ข้าวกล้องงอก อาหารเสริมเด็ก ไฮเฮง 
วิธีส้งเกตุว่าเด็กแพ้อะไรบ้าง

เรื่องการแพ้อาหารของเด็ก การเฝ้าระวังควรทําอย่างไร และควรจะทำจนเด็กอายุเท่าไร?พอเด็กอายุใกล้ ๆ 1 ขวบ เด็กก็จะทานอาหารที่มีส่วนผสมหลาย ๆ อย่าง ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมากเลยเพราะถ้าให้อาหารหลาย ๆ อย่างจะสร้างปัญหาเรื่องการแพ้อาหารได้


ถ้ารู้ว่าเด็กแพ้อาหารชนิดใด จะต้องเลิกให้อาหารชนิดน้ันเลยหรือไม่? อย่างไร?


การแพ้จะมี 2 ส่วน คือแพ้นม และแพ้อาหาร


ถ้าเด็กแพ้นม คือ จะมีส่วนหนึ่งที่เด็กแพ้โปรตีนในนม อาการที่แสดงออกมาคือ เด็กจะมีผืนแดง ๆ หายใจหอบ หืด หรือมีอาการท้องเดิน ท้องเสีย ถ้ามีอาการอย่างนั้นจะต้องงดนมทันที และควรพาเด็กไปปรึกษากุมารแพทย์ว่าเด็กควรจะ ได้รับนมสูตรไหนทดแทน


ถ้าเด็กแพ้อาหาร เช่น เด็กแพ้ถั่วลิสงหรือไข่ ถ้าต้องการจะทราบว่า เด็กแพ้ตัวไหนจะต้องมีการทดสอบทางการแพทย์โดยการนําอาหารแต่ละตัวมาทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าแพ้อาหารชนิดนั้น ๆ หรือเปล่า เด็กเล็กก็มีปัญหาในเรื่องการแพ้อาหารได้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกันที่ไม่สมบูรณ์ เมื่ออายุ 2-3 ขวบไปแล้วอาการแพ้ส่วนใหญ่จะดีข้ึน และสามารถให้อาหารทั่ว ๆ ไปได้ แต่จะต้องมีการสังเกตอยู่เสมอ


ขอบคุณข้อมูลจาก: รายการโภชนาการออนไลน์

พิธีกร: คุณศิริพร โกสุม | วิทยากร: ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์ สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล

รู้ก่อนใคร..!

ไอเดียทำอาหารเด็ก และเคล็ดลับเพื่อลูก..แอด LINE ID: @highheng ไว้เลยค่ะ

 ไลน์ ข้าวกล้องงอก ไฮเฮง | LINE ID: @highheng