ควรให้ลูกกินอาหารอย่างไร เพื่อให้เติบโตสมวัย?

การเจริญเติบโตของลูกน้อย เป็นส่ิงที่ปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโตทางร่างกายและสมอง โดยธรรมชาติต้ังแต่แรกเกิดถึง 2 ปี เด็กจะมีการพัฒนาสมองร้อยละ 60-70 เมื่อเทียบกับสมองของผู้ใหญ่ ดังนั้นสิ่งแวดล้อมต่างๆ จึงมีความสําคัญต่อเด็กมากและที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่อง #โภชนาการ และ #สารอาหาร ที่จะมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กในช่วงนี้ค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่ที่มีน้อง อายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 2 ปี รวมทั้งคุณแม่ที่กำลังใกล้คลอดด้วยนะค่ะเผื่อจะเตรียมตัวไว้ก่อนค่ะ และหากเห็นว่ามีประโยชน์ อย่าลืมแบ่งปันให้คุณแม่ท่านอื่นด้วยนะค่ะ เรามาเริ่มกันเลยคะ..


1.การให้อาหารเด็กทารกควรเร่ิมเมื่ออายุเท่าไร?

คุณแม่ควรเริ่มให้ #อาหารอื่นที่นอกเหนือจากนมแม่ หรือที่เราเรียกว่า #อาหารตามวัย หรือ #อาหารเสริมเด็ก เมื่อเด็กทารกมี อายุ 6 เดือนขึ้นไปค่ะ

เนื่องจากทารกที่อายุน้อยกว่า 4-6 เดือน จะมีระบบการเคี้ยวและกลืนอาหารที่ยัง #พัฒนาไม่เต็มที่ รวมทั้งน้ำย่อ ในกระเพาะอาหารในลำไส้เล็ก และน้ำย่อยจากตับอ่อนที่ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารต่างๆ #ยังมีน้อยค่ะ เมื่อเด็กทารกได้รับอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว เร็วเกินไปจะทำให้ไม่สามารถย่อยอาหารได้ ปัญหาที่ตามคือ เกิดอาการท้องอืด หรืออุจจาระร่วง เป็นต้น และยังส่งผลให้เด็กให้ได้รับนมแม่น้อยลงอีกด้วย ทำให้เด็กขาดสารอาหาร และน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ จึงไม่ควรเริ่มให้อาหารตามวัยเร็วเกินไปค่ะ


และควรจัดอาหารให้ครบ 5 หมู่ และปรับอาหารให้มีลักษณะหยาบขึ้น เมื่อเด็กมีฟันขึ้น เพื่อฝึกการเคี้ยวและช่วยส่งเสริมพัฒนาการการกินอาหารของเด็ก


2. ควรให้อาหารลูกอย่างไร เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ?

ข้อแนะนําเพื่อให้เด็กทารกได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ มีดังนี้ค่ะ


1. ให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีความหลากหลาย เด็กทารกควรได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการ ที่มาของพลังงาน และสารอาหารได้แก่ ข้าว เน้ือสัตว์ ปลา ตับ ไข่ ผักและผลไม้เป็นประจําทุกวัน ให้ไขมันให้เพียงพอ


2. ให้เด็กกินผักและผลไม้ทุกวัน และกินอาหารให้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะผักใบ เขียวและผักที่มีสีส้ม เช่น ตําลึงผักบุ้ง ผักกาดขาว ฟักทอง แครอท และผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น กล้วยน้ำหว้า มะละกอสุก เป็นต้น ซึ่งผักและผลไม้เป็นแหล่งของแร่ธาตุ วิตามิน และใยอาหาร


3. ให้เด็กกินเนื้อสัตว์ทุกวัน เช่น หมู ไก่ ปลา และตับ ซึ่งป็นอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูง


4. ให้นมแม่ต่อเนื่องถึงอายุ 2 ปีสำหรับเด็กอายุ 1-2 ปี ควรให้นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง หรือนมวัวรสจืด วันละ 2 แก้ว


5. ใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เพื่อเป็นแหล่งของพลังงาน และกรดไขมันจําเป็น ควรใช้น้ำมันพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการดี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก เป็นต้น


6. ให้กินอาหารรสธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งรสอาหารด้วยน้ําตาล น้ําผึ้ง ผงชรูสและผงปรงุรส ไม่ควรให้อาหารรสหวานจัด เค็มจัด เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ฟันฝุ และไขมันในเลือดสูง ซึ่งอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีโซเดียมสูง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย


7. ให้เด็กดื่มน้ําสะอาด ไม่ให้เครื่องดื่มที่มีน้ําตาลและคาเฟอีน เช่น น้ํา อัดลม น้ําหวาน ชา กาแฟ และน้ําผลไม้ที่เติมน้ําตาล เป็นต้น


8. เลือกอาหารว่างที่มีคุณภาพให้เด็กทานซึ่งประกอบด้วยอาหารหลายหมู่ หรือผักผลไม้ตามฤดูกาล หลีกเลี่ยงขนมที่มีรสหวานจัด เค็มจัด มันจัด รวมทั้งขนมที่ติดฟัน


ควรให้ลูกกินอาหารอย่างไร เพื่อให้เติบโตสมวัย?

3. การเติบโตของสมองเด็กจะเร่ิมต้ังแต่เมื่อไหร่?

สมองทารกจะพัฒนาต้ังแต่อยู่ในครรภ์มารดา เมื่อคลอดออกมาจะมีการพัฒนาเติบโตใน อัตราที่ค่อนข้างรวดเร็วตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปีแรก ดังน้ันสารอาหารท่ีสําคัญโดยเน้นการให้นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจาก 6 เดือน จะมีอาหารเสริมเข้ามาเพิ่มเติมค่ะ และยังสามารถให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมจนถึง 2 ปี ได้นะค่ะ


4. นมแม่ดีอย่างไร?

#นมแม่ จะมีความเหนือกว่า #นมผสม หรือ #นมวัว กล่าวคือ นมแม่สามารถที่จะให้ภูมิคุ้มกันหลายๆ ตัวที่จะต่อต้านแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ จะสังเกตได้ว่าเด็กท่ีถูกเลี้ยงด้วยนมแม่มักจะไม่เป็นภูมิแพ้ เมื่อเทียบกับเด็กท่ีกินนมผสม เด็กที่ได้รับนมผสมจะมีปัญหาในเรื่องน้ีได้และยังเป็นปัญหาท่ีมีมากขึ้นด้วย การให้นมแม่แก่เด็กทารกยังมีข้อดีอีกมากมายจึงควรให้นมแม่แก่เด็กทารกจนเด็กอายุ 2 ปีค่ะ


5. จริงไหม? เด็กที่กินนมแม่โอกาสที่จะท้องเสียน้อย

นมแม่เป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อโดยธรรมชาติ เด็กจะได้รับโดยตรงจากคุณแม่ ซึ่งต่างจากนมผสมที่จะต้องเตรียมอุปกรณ์ ขวดนมจะต้องไปต้ม ถ้าเตรียมไม่สะอาดเด็กก็จะท้องเดินค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก: รายการโภชนาการออนไลน์. ศิริพร โกสุม. ดร.อุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์. สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล และ คู่มืออาหารตามวัยสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก. สสส. 2552